แผนพัฒนาบุคคลากร
ข้อมูลพื้นฐาน
 
การบริหารงาน
 
การบริหารเงินงบประมาณ
 
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 
การส่งเสริมความโปร่งใส
 
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริต
 
มาตรการภายในเพื่อป้องกันการทุจริต
 
สายตรงสำนักงาน
Username :
Password :
ข่าวประชาสัมพันธ์
     
ข่าวประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์โรคหลอดเลือดสมอง
   
 
   

 รู้จัก Stroke โรคที่เวลาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

.
#Stroke หรือ #โรคหลอดเลือดสมอง เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทั้งยังสร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิตของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น #อัมพฤกษ์ #อัมพาต สูญเสียความสามารถในการพูด แขนขาอ่อนแรง หรือแม้แต่เสียชีวิต โรค #หลอดเลือดสมอง มักมีสัญญาณบ่งบอกมาล่วงหน้า แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่านี่เป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือด #สมอง
.
📌อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ : www.thaipbs.or.th/now/content/2444
.
โรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากการไหลเวียนของเลือดภายในสมองไม่เพียงพอ ทำให้เซลล์ประสาทขาดออกซิเจน สาเหตุหลักมาจากการอุดตันของหลอดเลือดในสมอง
.
การอุดตันนั้นอาจจะไม่ทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดทันที แต่จะค่อย ๆ สะสมจนหลอดเลือดอุดตันโดยสมบูรณ์และทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดได้ อาการที่เกิดขึ้นมักค่อย ๆ แสดงในหลักชั่วโมง และหากรักษาภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง หรือที่เรียกว่า “Golden Hour” ผู้ป่วยมักจะฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์
.
การอุดตันของหลอดเลือดในสมองทำให้เกิดชนิดของโรคหลอดเลือดสมองชนิด “Ischemic stroke” หรือ ภาวะสมองขาดเลือด ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ มีสาเหตุจากการอุดตันของลิ่มเลือด (Blood Clots) ซึ่งก่อตัวได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว และภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำลึก เป็นต้น
.
หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) จะทำให้หัวใจห้องบนสูบฉีดเลือดได้ไม่มีประสิทธิภาพ และอาจทำให้มีเลือดตกค้างจนเม็ดเลือดก่อตัวเป็นลิ่มเลือด (Embolus) และหลุดไปอุดตันที่สมองได้
.
ส่วนภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำลึก (Deep Vein Thrombosis) ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดีในบริเวณหลอดเลือดที่ห่างไกลจากหัวใจ เช่น หลอดเลือดบริเวณขา เลือดจึงเกาะตัวกันเป็นลิ่มเลือด และไหลไปอุดตันในสมองได้
.
.
โรคหลอดเลือดสมองอีกชนิด ได้แก่ “Hemorrhagic Stroke” หรือภาวะหลอดเลือดสมองแตก จัดว่าอันตรายกว่าชนิดขาดเลือดมาก เนื่องจากความดันเลือดที่ไหลออกมาจะกดสมองเข้ากับกะโหลก ทำให้สมองได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างจากภาวะความดันในกะโหลกสูง (Intracranial Pressure)
.
โรคหลอดเลือดสมองแตกมักเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการล่วงหน้า เพราะเกิดจากหลอดเลือดสมองโป่งพอง ซึ่งมักจะมีต้นเหตุมาจากโรคความดันสูง และแตกออกในที่สุด การแสดงโรคมักเกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากที่หลอดเลือดสมองแตก เช่น ปวดหัวอย่างรุนแรง เวียนหัว หมดสติ หรือเสียชีวิต
.
.
วิธีการสังเกตโรคหลอดเลือดสมอง “FAST”
.
“F” หรือ “Face” ก็คือใบหน้า เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองแบบขาดเลือดมักจะมีผลต่อสมองเพียงซีกเดียว ผู้ป่วยจึงมักแสดงอาการเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ใบหน้าคือหนึ่งในการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดเนื่องจากถูกควบคุมโดยเส้นประสาทสมอง (Cranial Nerves) อาการคือ การแสดงออกทางสีหน้าไม่สมมาตร เช่น ยิ้มแล้วมุมปากอีกด้านตก เป็นต้น
.
“A” คือ “Arm” หรือแขนอ่อนแรง ซึ่งเกิดจากการที่สมองซีกใดซีกหนึ่งขาดเลือด และไม่สามารถสั่งการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากแขนแล้วยังอาจส่งผลต่อขาอีกด้วย วิธีการทดสอบเบื้องต้นคือการให้ผู้ป่วยยกแขนขึ้นทั้งสองข้างและดูว่าแขนข้างใดอ่อนแรงลง หรือการให้ผู้ป่วยบีบมือทั้งสองข้างกับผู้ทดสอบ และดูว่ามีแขนข้างใดที่บีบได้อ่อนแรงกว่าหรือไม่
.
“S” คือ “Speech” หรือสูญเสียความสามารถในการพูด เมื่อสมองซีกใดซีกหนึ่งขาดเลือด การพูดซึ่งอาศัยการทำงานร่วมกันของสมองทั้งสองซีก และกล้ามเนื้อในการเปล่งเสียง จะได้รับผลกระทบไปด้วย ผู้ป่วยมักจะพูดไม่ชัด สูญเสียความสามารถในการพูด (Expressive Aphasia) หรือแม้แต่การเข้าใจภาษา (Receptive Aphasia)
.
ดังนั้นหากพูดกับผู้ป่วยแล้วผู้ป่วยเหม่อลอยไม่เข้าใจสิ่งที่พูด ก็อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้
.
“T” คือ “Time” เวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หากสงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะสมองขาดเลือด ให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อการรักษาทันที เพราะเวลาที่เสียไปคือเนื้อสมองที่ค่อย ๆ เสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ควรจดเวลาคร่าว ๆ ที่ผู้ป่วยแสดงอาการหรือเวลาที่เห็นผู้ป่วยแสดงอาการ เนื่องจากมีผลต่อการรักษาทางการแพทย์ในการประเมินความเสียหายของสมองของผู้ป่วย
.
นอกจาก FAST แล้วผู้ป่วยยังอาจมีปัญหาด้านการทรงตัว ทำให้ยืนหรือเดินไม่ตรง และมีปัญหาด้านการมองเห็นได้ เช่น มองไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน
.
.
การพยากรณ์โรคมักขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหลอดเลือดสมองที่เกิด ชนิดขาดเลือดมักจะอันตรายน้อยกว่าชนิดเลือดออก การรักษาโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดมักเป็นการให้ยาละลายลิ่มเลือด (Recombinant Tissue Plasminogen Activator หรือ rt-PA) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) หรือร่วมกับการสวนหลอดเลือดสมองเพื่อดึงลิ่มเลือดที่อุดตันออก (Mechanical Thrombectomy)
.
ในชนิดเลือดออก การรักษามักมีความซับซ้อนกว่ามาก เนื่องจากแรงดันในสมองทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมองอย่างเป็นวงกว้าง แพทย์อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อระบายเลือดและซ่อมแซมหลอดเลือดที่เสียหายให้เร็วที่สุด รวมถึงผ่ากะโหลกออกบางส่วน (Craniectomy) เพื่อให้สมองสามารถขยายตัวได้โดยไม่ถูกกดทับ
.
ผู้ป่วยที่รักษาทันเวลามักจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติได้หลังจากการบำบัดเป็นระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยหลายรายที่รักษาไม่ทันเวลาอาจเกิดความพิการหลายอย่างขึ้นได้ หรือถึงขั้นอยู่ในภาวะโคมาและเสียชีวิต ดังนั้นสำหรับโรคหลอดเลือดสมอง เวลาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การนำผู้ป่วยส่งให้ถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุดมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เพราะเวลาที่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงอาจหมายถึงความพิการหรือเสียชีวิตได้
.
เรียบเรียงโดย
โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์
Department of Biomedical Sciences
College of Veterinary Medicine and Life Sciences
City University of Hong Kong
.
.
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของ #ThaiPBS ได้ที่ https://www.thaipbs.or.th/news/playlists/SciAndTech
.
--------------------------
🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech #ThaiPBSNOW #ThaiPBS
 
 
     
     
 
ประกาศเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2567